ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักกอล์ฟจากทั่วโลก ด้วยสภาพอากาศที่เอื้อต่อการออกรอบตลอดปี พร้อมสนามกอล์ฟที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและท้าทายความสามารถของนักกอล์ฟทุกระดับ ปี 2025 นี้ หากคุณกำลังมองหาสนามกอล์ฟใหม่ ๆ หรืออยากกลับไปเยือนสนามในดวงใจ ลองดู 10 สนามกอล์ฟที่เราคัดสรรมาว่า น่าไปออกรอบที่สุดในประเทศไทย

1. Black Mountain Golf Club – หัวหิน
สนามระดับเวิลด์คลาสที่เคยได้รับรางวัลสนามกอล์ฟดีที่สุดในเอเชีย ออกแบบได้สวยงาม ท้าทายด้วยแฟร์เวย์ที่เล่นระดับและวิวภูเขารอบด้าน เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการความท้าทายและบรรยากาศธรรมชาติ
เวลาเปิด-ปิด: 6.00 - 21.00
ราคาเริ่มต้น:
- กรีนฟี: 2,995 บาท / 18 หลุม
- แคดดี้: 350 บาท
- รถกอล์ฟ (ไม่บังคับ): 750 บาท
- เช่าไม้กอล์ฟ: 1,500 บาท

2. Amata Spring Country Club – ชลบุรี
สนามที่ใช้จัดการแข่งขันระดับโลกอย่าง Honda LPGA และ Asia-Pacific Amateur Championship จุดเด่นคือหลุมที่ 17 ซึ่งเป็นเกาะลอยน้ำ ต้องใช้ความแม่นยำสูง สนามนี้เหมาะกับนักกอล์ฟที่อยากสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม
เวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 21:00

3. Chiang Mai Highlands Golf & Spa Resort – เชียงใหม่
สนามกลางหุบเขา พร้อมอากาศเย็นสบายตลอดปี แฟร์เวย์กว้างและภูมิประเทศที่หลากหลาย ทำให้เป็นที่นิยมของทั้งนักกอล์ฟชาวไทยและต่างชาติ
เวลาเปิด-ปิด: 5.30 - 18.30
ราคาเริ่มต้น:
- กรีนฟี: 1,700 บาท
- แคดดี้: 400 บาท
- รถกอล์ฟ: 700 บาท

4. Alpine Golf Club – กรุงเทพฯ
หนึ่งในสนามที่ยากที่สุดในประเทศไทย พร้อมการดูแลอย่างดีทุกหลุม เคยเป็นเจ้าภาพจัด Johnnie Walker Classic สนามนี้เหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการทดสอบฝีมืออย่างจริงจัง
เวลาเปิด-ปิด: 6.00 - 20.00
ราคาเริ่มต้น:
- แพ็กเกจรวมกรีนฟี, แคดดี้, รถกอล์ฟ และรถรับส่ง เริ่มต้นที่ 5,100 บาท

5. Red Mountain Golf Club – ภูเก็ต
สนามที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยแฟร์เวย์ที่ไหลตามแนวธรรมชาติของเหมืองเก่า และวิวจากบนเขาที่หาที่ไหนไม่ได้ สนามนี้ทั้งสวยและท้าทาย เหมาะกับผู้ที่ชอบบรรยากาศพิเศษ
เวลาเปิด-ปิด: 6.00 - 18.00
ราคาเริ่มต้น:
- กรีนฟี: 3,200 บาท
- แคดดี้: 400 บาท
- รถกอล์ฟ (บังคับ): 700 บาท
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกอล์ฟมือใหม่ที่มองหาสนามสวย ๆ หรือเป็นนักกอล์ฟระดับแข่งขันที่ต้องการความท้าทาย สนามกอล์ฟทั้ง 5 แห่งในประเทศไทยนี้คือจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปเยือนในปี 2025






